วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Mug Printing Oven - Youtube Video



  • Tool for screen printing work on custom ceramic mugs with manual press วิดีโอสาธิตเครื่องมือและการสกรีนลายลงบนแก้วเซรามิคแบบแมนนวล ดูวิดีโอที่นี่

  • Ceramic Mugs sublimation process electric heat tunnel oven ขั้นตอนการพิมพ์ลายแบบ Sublimation บนแก้วมัคเซรามิคโดยใช้เตาอบความร้อนไฟฟ้าแบบอุโมงค์ (Tunnel Oven) ดูวิดีโอที่นี่

  • BestSub Industrial Sublimation Oven 60L – Printing 16 Ceramic Mugs at a Time! การใช้เตาอบซับลิเมชันขนาดอุตสาหกรรม 60 ลิตร ที่สามารถอบและสกรีนแก้วมัคเซรามิคได้พร้อมกันถึง 16 ใบ ดูวิดีโอที่นี่

  • Mug Printing Oven | Sublimation Heat Transfer for Cups & Mugs แนะนำเครื่องเตาอบสำหรับการสกรีนแก้วและการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) สำหรับแก้วมัคเซรามิค ดูวิดีโอที่นี่

  • Ceramic digital decal printing system printer how to make decal for ceramic วิดีโอแนะนำระบบการพิมพ์รูปลอก (Decal) แบบดิจิทัลเพื่อนำไปรูดติดลายบนเซรามิคก่อนเข้ากระบวนการอบความร้อนสูง ดูวิดีโอที่นี่

  • เคลือบสีเซรามิค ที่ใช้สำหรับทำซิลด์สกรีนรูปลอก (decal)

     


    ในการทำ ซิลค์สกรีนรูปลอกเซรามิค (Ceramic Decal) เนื้อสีที่ใช้พิมพ์จะมีความแตกต่างจากสีสกรีนเสื้อผ้าหรือสิ่งพิมพ์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะต้องทนความร้อนสูงในเตาเผาได้ตั้งแต่ 600°C ไปจนถึงกว่า 1,200°C (ขึ้นอยู่กับประเภทของเซรามิค)

    องค์ประกอบหลักของเนื้อสีสกรีนรูปลอกเซรามิค สามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้ครับ

    1. ผงสีทนความร้อน (Ceramic Pigments / Stains)

    เป็นส่วนที่ทำให้เกิดสีสันต่าง ๆ สารอินทรีย์ทั่วไปจะไหม้กลายเป็นเถ้าเมื่อโดนความร้อนสูง ดังนั้นผงสีที่ใช้จึงต้องเป็น สารอนินทรีย์ (Inorganic) หรือพวกออกไซด์ของโลหะ (Metal Oxides) ที่ถูกนำไปเผาและบดละเอียดจนเสถียรแล้ว เช่น:

    • ออกไซด์ของโคบอลต์ (Cobalt Oxide): ให้โทนสีน้ำเงิน/น้ำเงินคราม (เช่น ลายตาสับปะรด หรือบลูแอนด์ไวท์)

    • ออกไซด์ของโครเมียม (Chromium Oxide): ให้โทนสีเขียว

    • ออกไซด์ของเหล็ก (Iron Oxide): ให้โทนสีน้ำตาล แดงอิฐ หรือเหลือง

    • ทองคำ/แคดเมียม (Gold / Cadmium): สำหรับโทนสีแดงสด หรือสีชมพู (มักมีราคาแพง)

    2. ฟลักซ์ หรือ เนื้อแก้ว (Flux / Frit)

    ผงสีเซรามิคเพียว ๆ จะไม่มีความเงาและไม่สามารถยึดเกาะกับผิวเคลือบเองได้ จึงจำเป็นต้องผสม ฟลักซ์ (Flux) หรือ ฟริต (Frit) ซึ่งก็คือเนื้อแก้วบดละเอียด มีหน้าที่:

    • เป็นตัวช่วยหลอมลาย: เมื่อเผาถึงอุณหภูมิที่กำหนด ฟลักซ์จะละลายกลายเป็นแก้วเหลว พาผงสีให้หลอมจมหรือยึดติดแน่นกับชั้นเคลือบเดิมของภาชนะ

    • สร้างความเงางาม: ช่วยให้สีที่เผาออกมามีความเงา สดใส และทนทานต่อการขูดขีดรวมถึงสารเคมี

    3. ตัวกลางหรือน้ำมันผสมสี (Medium / Vehicle / Oil)

    เป็นส่วนประกอบที่เป็นของเหลว (มักเป็นสารอินทรีย์) มีหน้าที่ ระเหยและไหม้ติดไฟหายไปหมด ในระหว่างการเผา ไม่เหลือทิ้งไว้ในเนื้อสี หน้าที่หลักของมันคือ:

    • ช่วยอุ้มผงสีและฟลักซ์ให้รวมตัวกันเป็นเนื้อครีมเหลวเหลวที่เหนียวข้นพอดี (Viscosity)

    • ช่วยให้สามารถปาดสีผ่านผ้าสกรีน (Mesh) ลงบนกระดาษรูปลอกได้คมชัด ไม่ไหลเยิ้ม และแห้งตัวในเวลาที่เหมาะสม

    • ตัวอย่างที่นิยมใช้: น้ำมันสน (Pine Oil), สารละลายเรซิน (Linseed oil หรือ Acrylic/Alkyd-based medium)

    4. สารเติมแต่ง (Additives)

    มักผสมในปริมาณเล็กน้อยเพื่อปรับคุณสมบัติของสีให้เหมาะกับการทำงาน เช่น:

    • Plasticizers: ช่วยให้ฟิล์มสีที่แห้งบนกระดาษมีความยืดหยุ่น ไม่กรอบแตกเวลานำไปลอกน้ำแปะบนชิ้นงาน

    • Drying Agents: ช่วยควบคุมความเร็วในการแห้งของสีบนกระดาษสกรีน

    💡 สรุปกลไกการทำงานของเนื้อสี

    เมื่อเราสกรีนเสร็จและนำรูปลอกไปติดบนเซรามิค แล้วเข้าเตาเผา:

    1. ช่วงอุณหภูมิแรก (ประมาณ 200°C - 450°C) ตัวกลาง (Medium) จะไหม้และระเหยออกไปจนหมด เหลือสารอนินทรีย์นิ่ง ๆ อยู่บนผิวชิ้นงาน

    2. เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึงจุดหลอมตัว ฟลักซ์ (Flux) จะละลายกลายเป็นแก้ว เพื่อตรึง ผงสี (Pigment) ให้ติดแน่นและเงางามเป็นเนื้อเดียวกับผิวเซรามิคอย่างถาวรครับ